วันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

BUS 6016 - บทที่ 1 การวิจัย

BUS 6016 วิธีการวิจัยทางธุรกิจ

Business Research Methodology

บทที่ 1 การวิจัย   
บรรยาย โดย อ.รพีพรรณ


  • ความหมายของการวิจัย
  • ประเภทของการวิจัย
  • ขั้นตอนในการทำวิจัย
  • การเขียนบทนำ

กาวิจัย หมายถึง กระบวนการที่จะเสาะหาความรู้ใหม่ (Finding Fact) หรือเป็นการสอบย้ำความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว (Confirm Fact) หรืออาจะสรุปได้อีกอย่างหนึ่งว่า การวิจัย หมายถึง การศึกษาหาความจริง ด้วยระบบและวิธีการอันถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ในสิ่งที่วิจัยนั้น

ประเภทของการวิจัย
ประเภทที่ 1 : แบ่งตามประเภทของการใช้วิธีการทางสถิติเข้าช่วย
ประเภทที่ 2 : แบ่งการวิจัยตามจุดมุ่งหมายของการใช้งาน
ประเภทที่ 3 : แบ่งการวิจัยโดยใช้เนื้อหาในการวิจัย
ประเภทที่ 4 : การแบ่งการวิจัยตามลักษณะของวิธีการดำเนินงาน
ประเภทที่ 5 : แบ่งการวิจัยออกตามประเภทของแหล่งข้อมูล

ขั้นตอนในการทำการวิจัย
1. เลือกหัวข้อที่จะทำการวิจัย (Select Topic)
2. การตั้งสมมุติฐาน
3. การออกแบบวิจัย (Research Design)
4. การรวบรวมข้อมูล (Data Collection
5. การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล
6. การนำเสนอผล


การเขียนบทนำ
               มี 3 ส่วน
  1. ความเป็นมา (General Backgroound)  
  2. หลักการและเหตุผล (Rationale) 
  3. สภาพปัญหา   

               การเขียนบทนำทั้ง 3 ส่วนจะมีความเชื่อมโยงถึงกัน เช่น  ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น จะต้องมีหลักฐานว่ามีปัญหาเกิดขึ้นจริง เช่น ธุรกิจธนาคารมีคนลาออกจำนวนมาก เราจะต้องนำข้อมูล Turn over rate ของกิจการมาอ้างอิงว่ามีอัตราการลาออกสูงแค่ไหน  ให้เชื่อมโยงเพื่อความหนักแน่นแและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

BUS 6016 : Business Research Methodology
BUS 6016 วิธีการวิจัยธุรกิจ 
Business Research Methodology

บทที่ 1 การวิจัย
บทที่ 2 การรวบรวมข้อมูล
บบที่ 3 แผนการสำรวจ
บทที่ 4 การประมวลผลข้อมูล
บบที่ 5 การเขียนบทที่ 3
การใช้งาน SPSS ในการทำงานวิจัย

เอกสารประกอบการบรรยาย โดย
ผศ.ดร.ประยงค์ มีใจซื่อ
รศ.ดร.ระพีพรรณ พิริยะกุล
รศ.ดร.มนตรี พิริยะกุล


Download : การใช้งาน SPSS , ตัวอย่างข้อมูล 

วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560

BUS 6012 การจัดการการเงิน
Financial Management

บทที่ 8 : การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญ

ตัวแปรสำคัญที่ควรรู้ มีดังนี้
D0=เงินปันผลปัจจุบัน                  P0= P^0ถ้าตลาดหลักทรัพย์อยู่ในดุลยภาพ
Dt=เงินปันผลที่จะได้รับในปีt        g=อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลที่คาดไว้            
P0=ราคาปจบ.หุ้นสามัญ               Ks=อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ
P^t=ราคาตลาดที่คาดไว้ปลายปีt    K^s =อัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
P^0=ราคาหุ้นตามทฤษฏี              s =อัตราผลตอบแทนที่ได้รับจริง






BUS 6011 การจัดการและพฤติกรรมองค์การ

คะแนน 100 คะแนน
1. รายงาน        10  คะแนน
2. สอบย่อย      20  คะแนน
3. สอบ Final    70  คะแนน
    รวม             100



การออกข้อสอบของอาจารย์ เข้าใจว่า ให้กรณีศึกษามา 1 แผ่น เหมือนเคสบุญรอด  แล้วตั้งคำถาม เช่น
1. จากกรณีศึกษา นักศึกษามีความเข้าใจเรื่อง หน้าที่การจัดการอย่างไร และ บ.บุญรอดเอาหน้าที่การจัดการมาใช้อย่างไร
2. โครงสร้างองค์กร แนวดิ่ง แนวนอน ต่างกันอย่างไร บ.บุญรอด มีการจัดโครงสร้างแบบใด

บทสำคัญที่เกร็งข้อสอบไว้ คือ บท  1,2,4,6,8,12,16
หลักการเขียนตอบ  
1. เขียนทฤษฎีทั้งหมดลงไป
2. วิเคราะห์ตามโจทย์   เริ่มเขียนว่า .... จากกรณีศึกษา บ.บุญรอด ใช้วิธีการควบคุม ดังนี้
1. การควบคุมแบบทางการ  อย่างไร ... ก็หยิบเอาข้อความในกรณีศึกษามาเขียน....
2. การควบคุมตลาด... อย่างไร....
3. การควบคุมแบบกลุ่ม ... วัฒนธรรมองค์กร อย่างไร ...
3. ข้อเสนอแนะที่ดีกว่า (ถ้าคิดได้)

  - เพราะการให้คะแนนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ทฤษฎี และ การวิเคราะห์

การออกข้อสอบของอาจารย์ เข้าใจว่า ให้กรณีศึกษามา 1 แผ่น เหมือนเคสบุญรอด  แล้วตั้งคำถาม เช่น
1. จากกรณีศึกษา นักศึกษามีความเข้าใจเรื่อง หน้าที่การจัดการอย่างไร และ บ.บุญรอดเอาหน้าที่การจัดการมาใช้อย่างไร
2. โครงสร้างองค์กร แนวดิ่ง แนวนอน ต่างกันอย่างไร บ.บุญรอด มีการจัดโครงสร้างแบบใด
3. เรื่องการควบคุม
4. ภาวะผู้นำ
5. การจัดการธุรกิจต่างประเทศ

เทคนิคตอนสอบ ลองแนะนำดูนะ
 พอได้โจทย์กรณีศึกษามาปุ๊บ
1. ดูว่าโจทย์ถามทฤษฎีอะไร ทุกข้อเลย
2. เขียนทฤษฎีลงไปก่อน ทุกข้อ แล้วเว้นที่ไว้
3. อ่านกรณีศึกษา แล้ว short note ลงไปว่า ข้อความตรงไหน ตรงกับทฤษฎีอะไร ตามที่โจทย์ถาม
4. ตอบ แบบวิเคราะห์  ... เริ่มเขียนว่า จากกรณีศึกษา บ.บุญรอดใช้ กลุยทธ์เติบโต แบบ Take over โดย... ใช้แบบ Merger โดย .... ใช้แบบ Concentric Diversification โดย....


นอกจากนี้ต้องจำพวกเครื่องมือต่าง ๆ ด้วย มีดังนี้
1. เครื่องมือสำหรับการวิเเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก
5 force model, และ STEP
2. เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน
มี Value Chain , 7S's Model
3. เครื่องมือวิเคราะห์สภาวะตลาด = Market Share ใช้ BCG Matrix
4. การประเมิน SWOT ใช้ TOW Matrix
SO , SW, WO, WT
5. BSC - Financial, Customer, Internal Process, Learning and Growth

BUS 6012 การจัดการการเงิน

รายงานกลุ่ม 10 คะแนน (ส่ง Soft file ใช้ Powerpoint ไม่ต้องส่ง Paper)

พรีเซ้นกลุ่มละ 10 นาที

Topic
1. Fintech
2. Blockchain
3. Bitcoin
4. Big Data Analytic in Banking and Finance
5. Crown Funding
6. Artificial Intelligence

รายละเอียดการทำรายงาน
- ทฤษฎี
- การประยุกต์ใช้ในงานด้านการเงิน
- ข้อดีสามารถเปลี่ยนอุตสาหกรรมกรรมการเงินไปด้านไหน
- ตัวอย่าง

BUS6011 แนวข้อสอบ วิชาการจัดการและพฤติกรรมองค์การ

มี 4 ข้อ ใช้เวลาทำ 3 ชั่วโมง (ทำไม่ทัน ต้องวางแผนดี ๆ ว่าจะเขียนอะไรบ้าง, ต้องซ้อมเขียน)

  1. หน้าที่การจัดการมีอะไรบ้าง จากกรณีศึกษา บ.xxx      นำหน้าที่การจัดการมาใช้อย่างไรบ้าง
  2. กลยุทธ์มีกี่ระดับ อะไรบ้าง จากกรณีศึกษา บ.xxx นำกลยุทธ์อะไรมาใช้บ้างและใช้อย่างไรบ้าง
  3. กลยุทธ์ธุรกิระหว่างประเทศ และการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มีอะไรบ้าง จากกรณีศึกษา บ.xxx      นำกลยุทธ์และการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศอะไรมาใช้บ้างและใช้อย่างไรบ้าง
  4. การควบคุมมีอะไรบ้าง และ บ.xxx นำการควบคุมมาใช้อะไรบ้าง และอย่างไร

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การบริหารคุณภาพ (Quality Management)

·คุณภาพ (Quality) หมายความถึงอะไร
คุณภาพ คือ ความสามารถของผลิตภัณฑ์ (Product) หรือการบริการ (Service) ที่จะตอบสนองระดับความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างสม่ำเสมอ


ความเป็นมาของการบริหารคุณภาพ

·1924 – กราฟควบคุมกระบวนการเชิงสถิติ                     
               (Statistical process control charts)
·1930 –  ตารางสำหรับการตรวจรับแบบสุ่ม
·1940’s - เทคนิคตรวจรับเชิงสุ่ม (Sampling Technique)
·1950’s – การประกันคุณภาพ (Quality assurance/TQC)
·1960’s – บริหารแบบปราศจากของเสีย (Zero defects)

·1970’s - การประกันคุณภาพของการบริการ

การประกันคุณภาพกับวิธีบริหารคุณภาพเชิงกลยุทธ์
·การประกันคุณภาพ (Quality Assurance)
·เน้นการหาจุดบกพร่องและแก้ไขก่อนผลิตภัณฑ์จะออกไปยังตลาด
·
·วิธีบริหารคุณภาพเชิงกลยุทธ์ (Strategic Approach)
·เน้นการวิธีที่จะป้องกันข้อผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้น

·วิธีนี้จะเน้นในเรื่องของความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) มากกว่า 

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

BUS 6015 บทที่ 1 Introduction to the Field of Operations management

BUS 6015 การจัดการการดำเนินงาน 
Management and Organizational Behavior

บทที่ 1  Introduction to the Field of Operations management
บรรยายโดย .วลิต ทวีสิทธิ์


การเปลี่ยน Input ให้เป็น OutputInput = ปัจจัยการผลิต, ปัจจัยการบริการ (คน, ความเชี่ยวชาญของคนงานในด้านต่าง ๆ ,  วัตถุดิบ ต้นทุน แรงงาน ที่ดิน ฯลฯ )
Transformation/ Conversion Process :  
Process : กระบวนการในการทำรถยนต์
Output = Tangible Product / Intangible Product
อะไรบ้างที่น่าจะส่งผลกับความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ( Q, C, D)
Goods หรือ Service จะส่งถึงลูกค้าได้ตรงเวลาได้อย่างไร

  • มี Quality ได้ตามมาตราฐานหรือไม่ ถ้าเป็นรถยนต์ ส่งออก ต้องมีมาตราฐานการยอมรับอย่างไรบ้าง ในยุโรป ห้ามมีสารเคมี 4 ตัวเจือปน คือ ตะกั่ว, แคดเมี่ยม, ปรอท ,xx ในแง่การจัดการองค์กร เราจะรับมือและจัดการกฏหมายของต่างประเทศอย่างไร
    • ต้องพิจารณาตั้งแต่วัตถุดิบ : มีอะไรบ้างที่เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะไม่ใช้ตะกั่ว โครเมี่ยม ปรอท และหากเลี่ยงไม่ได้ เราจะทำอย่างไร => ยอม Declare , ทำการค้นคว้าและวิจัย = > ส่งผลกับเรื่อง Cost , ระยะเลาในการวิจัย
    • การ Launch รถยนต์ให้ทันตามกำหนดได้อย่างไร : จะต้องวางแผนอะไรบ้าง, ต้อง Benchmark กับใครบ้าง, วิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมลูกค้า คนไทย ชอบกว้างๆ ใหญ่ ๆ (ตีโป่ง) ต้องตีโจทย์ก่อน

BUS6015 การจัดการการดำเนินงาน

BUS 6015 การจัดการและพฤติกรรมองค์การ 

Management and Organizational Behavior

Overview : บทที่ 1 - 8
บรรยายโดย อ.วลิต ทวีสิทธิ์

เกี่ยวข้องกับการจัดการ 4M และ 3P
Man
Machine
Method
Material

3 P
Product
Process
Planning

Keyword สำคัญของวิชา OM คือ
Q : Quality
C : Cost
D : Delivery

บทที่ 1 Introduction to the Field of Operations Managements
บทที่ 2 Competitiveness, Strategy, Productivity
บทที่ 3 Forecasting

บทที่ 6 Process แบ่งเป็น 4 แบบ คือ นำเสนอเกี่ยวกับลำดับการส่งต่องาน layout การจัดแผนผังที่เหมาะสมกับองค์กร และการทำ Line Balancing ในสายการผลิต , การคำนวณเวลาให้ผสานการทำงานกัน
บทที่ 7 Design of Work system : นโยบายที่ใช้จัดการคนในองค์กร , Job Rotation, Job Description , Analysis of work , การวิเคราะห์ Body Movement ของพนักงานที่ทำงานด้านบริการ (พนักงานที่นั่ง Counter bank), Motion Study, Ergonomic Design เครื่องมือเครื่องใช้ที่เข้ากับสรีระของมนุษย์ เช่น เก้าอี้ที่ออกแบบมาให้คงประสิทธิ์ภาพการทำงานของมนุษย์ หรือ เม้าส์ ที่ออกแบบให้รับกับอุ้งมือ ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ หรือพังผืด , รถยนต์ ความห่างของเบาะที่เหมาะสม ระดับของกระจกรถยนต์

บทที่ 8 location analysis การวิเคร่ะห์เพื่อเลือกทำเลที่ตั้ง 

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

BUS 6012 สรุปเนื้อหาบทที่ 7 หุ้นกู้ (Bond, Depenture)

BUS 6012 การจัดการการเงิน
Financial Management

บทที่ 7  BOND, Depenture

บทที่ 7หุ้นกู้ (Bond, Depenture)  ออกโดยบริษัทมหาชน เพื่อระดมทุนมาขยายกิจการ โดยผลิตใบหุ้นออกขายให้นักลงทุน เพื่อหาผลประโยชน์ ผลตอบแทนในอนาคต ในบหุ้นจะมีรายละเอียดของ มูลค่าหุ้น อัตราดอกเบี้ย วันจ่ายดอกเบี้ย ดอกเบี้ย อายุใบหุ้น เช่น 5 ปี
A.)   บริษัท ออกขายหุ้นกู้ 5 แสน อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5% โดยดอกเบี้ยในท้องตลาด = 5%
เมื่อดอกเบี้ยเท่ากัน ราคาขาย = ราคาตามมูลค่าหุ้นกู้
-             มูลค่าปัจจุบันของเงินต้น  (เปิดตาราง PVIF)
= PV * (PVIFi=5%, n=3)
ราคาตามมูลค่าหุ้นกู้  500,000 * 0.86384   (หรือ ใช้เครื่องคิดเลขธรรมดา โดยกด 1 หาร 1.05 กดเครื่อง = 3 ครั้ง)
               = 431,920
-             มูลค่าปัจจุบันของดอกเบี้ยหุ้นกู้ (เปิดตาราง PVIFA เพราะดอกเบี้ยมันเท่ากันทุกปี)
= 500,000 * 5% = 25,000
= 25,000*(PVIFAi=5%, n=3)
= 25,000*2.72320
= 68,080
(ถ้าจ่ายดอกเบี้ย ปีละ 2 ครั้ง  i=2.5 , n = 6)
มูลค่าปัจจุบัน PV (ราคาขาย) = 431,920 + 68,080 = 500,000 บาท  เท่ากับมูลค่าหุ้นกู้
B.)   Discount Bond : บริษัท ออกขายหุ้นกู้ 5 แสน อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5% โดยดอกเบี้ยในท้องตลาด = 8%
-             มูลค่าปัจจุบันของเงินต้น  (เปิดตาราง PVIF)
= PV * (PVIFi=8, n=3)
ราคาตามมูลค่าหุ้นกู้  500,000 * 0.7938 (หรือ ใช้เครื่องคิดเลขธรรมดา โดยกด 1 หาร 1.08 กดเครื่อง = 3 ครั้ง)
               = 396,900
-             มูลค่าปัจจุบันของดอกเบี้ยหุ้นกู้ (เปิดตาราง PVIFA เพราะดอกเบี้ยมันเท่ากันทุกปี)
= 500,000 * 5% = 25,000
= 25,000*(PVIFAi=8%, n=3)
= 25,000*2.5771
= 64,427.50

มูลค่าปัจจุบัน PV (ราคาขาย) = 396,900+ 64,427.50= 461,327.50 บาท  ต่างจากมูลค่าหุ้นกู้  38,672.50 บาท  ขายได้น้อยกว่าราคาตามมูลค่าหุ้นกู้ เกิดส่วนลด
C.)   Premium Bond : บริษัท ออกขายหุ้นกู้ 5 แสน อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5% โดยดอกเบี้ยในท้องตลาด = 2%
-             มูลค่าปัจจุบันของเงินต้น  (เปิดตาราง PVIF)
= PV * (PVIFi=2, n=3)
ราคาตามมูลค่าหุ้นกู้  500,000 * 0.9423 (หรือ ใช้เครื่องคิดเลขธรรมดาโดยกด 1 หาร 1.02 กดเครื่อง = 3 ครั้ง)
               = 471,150

-             มูลค่าปัจจุบันของดอกเบี้ยหุ้นกู้ (เปิดตาราง PVIFA เพราะดอกเบี้ยมันเท่ากันทุกปี)
= 500,000 * 5% = 25,000 (ดอกเบี้ยของพันธบัตรต่องวด)
= 25,000*(PVIFAi=2%, n=3)
= 25,000*2.8839
= 72,097.50
มูลค่าปัจจุบัน PV (ราคาขาย) = 471,150+ 72,097.50= 543,247.50 บาท  ต่างจากมูลค่าหุ้นกู้  43,247.50 บาท  ขายได้มากกว่าราคาตามมูลค่าหุ้นกู้ เกิดส่วนเกินมูลค่าหุ้นกู้
การคำนวณ อัตราผลตอบแทนจากพันธบัตร Yield to Maturity (YTM)
Yield to Maturity (YTM) คือ อัตราผลตอบแทนที่ได้รับถ้าถือพันธบัตรไว้จนครบกำหนด
ตัวอย่าง : หา YTM ของตราสารหนี้ประเภท 9% ซึ่งมีอายุ 10 ปี มูลค่าหน้าตั๋ว เท่ากับ 1,000 บาท ออกขายที่ราคา 1,134.20 บาท (Premium Bond)
วิธีทำ
สูตร PV
     = INT(PVIFAi%,n) + 1,000(PVIFi%,n)

กำหนดให้ :
PV   = 1,134.20
INT  = 90 (0.09 * 1000)  ดอกเบี้ยของพันธบัตรต่องวด
M     = 1000
N      = 10
ที่ k = 7%; VB = $1,140.42
1,134.20 = 90(PVIFA7%,10) + 1,000(PVIF7%,10)
= 90(7.0236) + 1,000(0.5083)
= 632.12 +508.3=1140.42
ที่ k = 8%; VB = $1,067.11
1,134.20 = 90(PVIFA8%,10) + 1,000(PVIF8%,10)
= 90(6.7101) + 1,000(0.4632)
= 603.91+463.2  = =1067.11
เทียบบัญญัติไตรยางค์ :
ที่ k = 7%; VB = 1,140.42
ที่ k = 8%; VB = 1,067.11
          1%      =      73.31

1140.42 – 1134.20 = ( 6.22 * 1 ) / 73.31 = 0.08
เทียบบัญญัติไตรยางค์ (ต่อ)
ตอบ kd     = 7.08% ( 7% + 0.08%)
ตัวอย่างจากหนังสือ (7-29) : พันธบัตรมูลค่าที่ตราไว้ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 10% อายุ 10 ปี ราคาไถ่ถอน 1,100 บาท เมื่อออกจำหน่ายแล้ว 1 ปี อัตราดอกเบี้ยของตลาดลดลงเหลือ 5% ทำให้ราคาซื้อ/ขายพันธบัตรสูงขึ้นเป็น 1494.93 บาท ผู้ลงทุนที่ซื้อพันธ่บัตรในราคา 1,494.93 บาท ถือไว้ 9 ปี จนกว่าจะถูกไถ่ถอนคืน จะได้รับอัตราผลตอบแทนเท่าไหร่ (หา YTC)    วิธีทำ
1.     เรารู้ว่า YTM < Coupon Rate ( 10% ต่องวด) เนื่องจากเป็น Premium Bond (ขายราคา 1494.93 บาท มูลค่าสูงกว่าราคาหน้าตั๋ว ที่ตราไว้ 1,000 บาท )
2.     เราต้องการ YTM ที่ทำให้ราคามากกว่า 1494.93 และ YTM ที่ทำให้ราคาน้อยกว่า 1494.93 ( คือ หาช่วงของ YTM โดยวิธี Trial and Error
3.     1000 บาท ดอกเบี้ย 10%  ถ้า 1494.93 ส่วนต่าง มัน 494.93 คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ 10% จะได้ 5% 
4.     จะทดลอง k ที่ 5% และ 4%
สูตร PV = INT(PVIFAi%,n) + 1,000(PVIFi%,n)

กำหนดให้ :
PV   = 1,494.93
INT  = 100 (0.10 * 1000)  ดอกเบี้ยของพันธบัตรต่องวด
M     = 1100
N     = 9
ที่ k = 5 %; VB = 1,419.84
1,494.93 = 90(PVIFA5%,9) + 1,100(PVIF5%,9)
= 100(7.1078) + 1,100(0.6446)
= 710.78 +709.06
=1419.84
ที่ k = 4%; VB = 1,516.39
1,494.93 = 100(PVIFA4%,9) + 1,100(PVIF4%,9)
= 100(7.4353) + 1,100(0.7026)
=  743.53 + 772.86
= 1,516.39
เทียบบัญญัติไตรยางค์ :
ที่ k = 4%; VB = 1,516.39
ที่ k = 5%; VB = 1,419.84
          1%      =      96.55
1516.39 – 1,494.93 = ( 21.46* 1 ) / 96.55 = 0.22
เทียบบัญญัติไตรยางค์ (ต่อ)

ตอบ kd     = 4.22% ( 4% + 0.22%)

หุ้นกู้ราคาฉบับละ 1,000 บาท (Par Value) อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง หุ้นกู้นี้อายุ 20 ปี จึงครบกำหนดไถ่ถอน ราคาตลาดปัจจุบันของหุ้นกู้เท่ากับ 900บาท (PV) ถ้าผู้ลงทุนถือหุ้นกู้ไปจนครบกำหนดไถ่ถอนจะได้รับอัตราผลตอบแทนเท่าใด
PV = 900
INT   = 40 (0.08 * 1000)/2  ดอกเบี้ยของพันธบัตรต่องวด
M    = 1000
N   = 40 (2 * 20)
จะทดลอง k ที่ 5% และ 4%
a.     ลองใส่ 4% ในสมการ PV = 1000
b.     ลองใส่ 5% ในสมการ PV = 828.364
เทียบบัญญัติไตรยางค์ :
ที่ k = 4%; VB = 1,000
ที่ k = 5%; VB = 828.364
          1%      =      171.64
1000 – 900 = ( 100 * 1 ) / 73.31 = 0.5826
เทียบบัญญัติไตรยางค์ (ต่อ)

ตอบ kd     = 4.5826% ( 7% + 0.08%)

ถ้าโจทย์ต้องการคำตอบเป็นอัตราแบบต่อปีคิด ดอกเบี้ยทุกครึ่งปี (nominal rate or quoted rate) เราต้องน า YTM ที่หาได้ไปคูณด้วยสอง q .045826 x 2 = .09167 ต่อปี

ถ้าโจทย์ต้องการคำตอบเป็นอัตราผลตอบแทนที่ แท้จริงต่อปี (effective annual rate) q (1+ 0.045826) 2 – 1 = .0927 ต่อปี

Download : เอกสารสรุปบทที่7
Download เอกสาร เวอร์ชั่น Word Document ติดต่อที่ Line นะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559

BUS 6011 - บทที่ 16 การบริหารการควบคุม (Managerial Control)

BUS 6011 การจัดการและพฤติกรรมองค์การ 

Management and Organizational Behavior

บทที่ 16 การบริหารการควบคุม (Managerial Control)  
บรรยายโดย อ.เสมอคิด สารธิมา

การควบคุม ประกอบด้วยกิจกรรมในการกำหนดมาตราฐานการปฏิบัติงาน การวัดผลการปฏิบัติงาน การประเมินผล และการแก้ไขปรับปรุงการปฏิบัติงาน  ทั้งนี้ การควบคุมหลัก ๆ ประกอบด้วย

1. การควบคุมแบบทางการ (Bureaucratic Control)  - ใช้กฏระเบียบ ข้อบังคับ วิธีการปฏิบัติและอำนาจหน้าที่

    อย่างเป็นทางการเพื่อให้เป็นไปตามแผนงานหรือมาตราฐานที่กำหนดไว้ เช่น มาตราฐาน ISO 9001, ISO14001, HACCP, JCI เป็นต้น หรือนำมาใช้ในการควบคุมการปฏิบัติงาน เช่น การลงเวลาในการเข้า ออก เป็นต้น 
     1.1 การควบคุมล่วงหน้า (Feedforeward Control) - ใช้ก่อนเริ่มทำงาน
           เช่น การฝึกอบรม การให้คำแนะนำ นโยบาย กฏระเบียบต่าง ๆ  การวางแผนการสอน อ.ต้องควบคุมมาตราฐานการเรียนการสอน, 
     1.2 การควบคุมขณะดำเนินงาน (Concurrent Control)  - ใช้ขณะดำเนินการมีระบบ
           ศูนย์กลางในการควบคุมทั้งระบบ
           เช่น กาารประเมินผลการทำงาน,การควบคุมอุหภูมิในห้องปลอดเชื้อของโรงพยาบาล ห้อง ICU , การควบคุมอุณหภูมิของเครื่องจักรในโรงงาน ฯลฯ
     1.3 การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback Control) - การให้ข้อมูลที่ได้รับจากการติดตาม
           ประเมินผลกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับมาตราฐาานที่กำหนดไว้

2. การควบคุมตลาด (Marketing Control) 
    - เกี่ยวข้องกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและบริษัทใช้ราคาเป็นกลไกในการควบคุม
    - ราคา เป็นตัวชี้วัดมูลค่่าของสินค้าและบริการ
     2.1 การควบคุมทางการตลาด - ระดับองค์กร
           - ใช้ควบคุมหน่วยธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กำไรที่เกิดจาการแข่งขัน
           - ใช้กำไร - ขาดทุน ในการประเมินผลการดำเนินงาน
     2.2 การควบคุมทางการตลาด - ระดับหน่วยธุรกิจ
           - ควบคุมโดยการแลกเปลี่ยนระหว่างแผนกและหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
           - ต้นทุนขายส่ง (Transfer Price) - เป็นต้นทุนขายส่งสินค้าและบริการที่หน่วยธุรกิจขายให้กับหน่วยธุรกิจอื่นในบริษัทเดียวกัน 
           - ต้นทุนขายส่งจะส่งผลทางด้านราคาต่ออีกหน่วยธุรกิจหนึ่งในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการในราคาตลาด 
           - การจัดหาทรัพยากรจากหุ้นส่วนหรือพันธมิตรทางธุรกิจจะทำให้ต้นทุนของสินค้าและบริการลดลง
     2.3 การควบคุมทางการตลาด - ระดับบุคคล
           - ตัวชี้วัดที่ดีทีสุดในการกำหนดศักยภาพของบุคคลในกาทำงานจะใช้อัตราของราคาตลาดเป็นตัวกำหนด
           - สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานในการเพิ่มทักษะและโอกาสทางธุรกิจให้กับตัวเอง
           - สร้างแผนระยะสั้นในเรื่องของเงินเดือนรวมถึงโบนัส ในกรณีที่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย
           - สร้างแรงจูงใจระยะยาวโดยให้หุ้ยเพื่อเพิ่มความเป็นเจ้าของในธุรกิจ
3. การควบคุมแบบกลุ่ม (Clan Control)
    3.1 การมอบอำนาจในการตัดสินใจ
    3.2 ใช้วัฒนธรรมองค์กร ในการสร้างกรอบพฤติกรรมของพนักงาน เช่น การแต่ง Uniform, การทำงานเป็นทีมเวิร์ค, การมีหัวใจบริการ ฯลฯ